วิวาห์สีเถ้ากับคำถามมรณะ: เมื่ออดีตภรรยาอุ้มท้องมางานแต่ง

และความลับที่บดขยี้โลกทั้งใบของผมจนแหลกสลาย
กลิ่นกุหลาบขาวสายพันธุ์จูเลียตนับหมื่นดอกที่ประดับประดาอยู่ทั่วห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับหกดาว ไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย เสียงเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตราดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณ แขกเหรื่อระดับวีไอพีนับพันชีวิตในชุดราตรีและสูทหรูหราต่างพากันยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มฉลองให้กับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของผมกับ ‘รินรดา’ ทายาทสาวตระกูลดังที่กำลังยืนควงแขนผมอยู่บนแท่นพิธี รอยยิ้มของเธอช่างสว่างไสว เธอกำลังตั้งครรภ์ได้สี่เดือน ซึ่งนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมตัดสินใจทิ้ง ‘อลิสา’ ผู้หญิงที่ผมรักและร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาถึงเจ็ดปี เพื่อมารับผิดชอบสิ่งที่ผมพลาดพลั้งก่อขึ้น
ผมพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าผมเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม่ของผมต้องการทายาทสืบสกุล อลิสาไม่สามารถให้ผมได้ เราพยายามทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็จบลงด้วยคราบน้ำตาและความผิดหวังเสมอ จนกระทั่งคืนหนึ่งที่ผมเมามายในงานปาร์ตี้ของบริษัท ผมเผลอมีความสัมพันธ์กับรินรดา และสองเดือนต่อมา เธอก็เดินถือผลตรวจครรภ์มาวางตรงหน้าผม ผมจำใจต้องยื่นใบหย่าให้อลิสา อดีตภรรยาของผมไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เธอเพียงแค่มองหน้าผมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า จรดปากกาเซ็นชื่อลงบนกระดาษ แล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไปโดยไม่หยิบสมบัติใดๆ ติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว
แต่แล้ว ในวินาทีที่พิธีกรกำลังจะเชิญผมและรินรดากล่าวคำขอบคุณแขกเหรื่อ ประตูไม้บานยักษ์ของห้องบอลรูมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
แสงไฟสปอตไลต์ที่เคยจับจ้องมาบนเวทีถูกแย่งชิงความสนใจไปในพริบตา ทุกสรรพเสียงในห้องเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีครีมเรียบหรูก้าวเดินเข้ามาบนพรมแดง ใบหน้าของเธอไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะ แต่กลับดูเปล่งปลั่งและงดงามยิ่งกว่าที่ผมเคยจำได้ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คือหน้าท้องของเธอที่นูนป่องออกมาอย่างชัดเจน… อลิสากำลังตั้งครรภ์ และดูจากขนาดหน้าท้อง เธอคงอายุครรภ์ไม่ต่ำกว่าเจ็ดเดือน
“อลิสา…” ผมครางชื่อเธอออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า มือของผมที่จับไมโครโฟนอยู่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
รินรดาที่ยืนอยู่ข้างผมหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอจิกเล็บลงบนท่อนแขนของผมอย่างแรง ก่อนจะกระชากไมโครโฟนไปจากมือผมแล้วพูดออกลำโพงด้วยน้ำเสียงที่จงใจเยาะเย้ยและดูถูกเหยียดหยาม
“ว้าว… เซอร์ไพรส์จังเลยนะคะที่อดีตภรรยาอุตส่าห์มาร่วมงานแต่ง แต่ดูจากสภาพแล้ว… คงจะรีบหาผัวใหม่จนพลาดท้องป่องมาเลยสิคะ?” รินรดาหัวเราะในลำคอ สายตาของแขกทั้งงานจับจ้องไปที่อลิสาเป็นตาเดียว “ไหนๆ ก็มาแล้ว รินขอถามเป็นวิทยาทานหน่อยเถอะค่ะ ตอนอยู่กับพี่ภีมเจ็ดปีเห็นเป็นผู้หญิง ‘ไร้น้ำยา’ ท้องไม่ได้จนแม่ผัวต้องไล่ตะเพิดออกจากบ้าน แล้วนี่ไปคว้าใครมาทำพันธุ์คะ? หรือว่าไปจ้างผู้ชายคนไหนมาทำท้องเพื่อหวังจะเอาหน้าท้องมาประชันกับลูกของพี่ภีมในท้องริน?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่รินรดาตั้งใจจะกรีดลงบนหน้าของอลิสากลางงานวิวาห์ ผมหันไปตวาดรินรดาให้หยุดพูด แต่ช้าไปเสียแล้ว อลิสาหยุดยืนอยู่ที่กลางทางเดิน เธอไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองหรืออับอายแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางสวยของเธอกลับระบายยิ้มที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น
“ฉันไม่ได้มาเพื่อประชันอะไรกับเธอหรอกนะ รินรดา” เสียงของอลิสาดังกังวานและก้องกังวานในความเงียบสงัด “และฉันก็ไม่ได้ไปหาผู้ชายที่ไหนมาทำท้องด้วย เพราะเด็กในท้องของฉัน… คือลูกของภีม”
โลกทั้งใบของผมเหมือนถูกฟ้าผ่า ผมเบิกตากว้าง ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว “ล… ลิตา… คุณหมายความว่ายังไง…”
อลิสาสบตาผม นัยน์ตาของเธอไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเวทนา “จำวันที่คุณยื่นใบหย่าให้ฉันได้ไหมภีม? เช้าวันนั้น… ทางคลินิกโทรมาแจ้งผลการฝังตัวอ่อนในรอบสุดท้ายของเรา ว่ามัน ‘สำเร็จ’ แล้ว ฉันกำลังจะบอกข่าวดีที่สุดในชีวิตกับคุณ แต่คุณกลับโยนใบหย่าใส่หน้าฉัน พร้อมกับคำพูดที่ว่ารินรดากำลังอุ้มท้อง ‘สายเลือดที่แท้จริง’ ของตระกูลคุณอยู่ คุณบอกว่าฉันมันเป็นความล้มเหลว… ฉันเลยตัดสินใจเดินออกมาพร้อมกับลูกของฉัน เพื่อให้คุณได้ไปสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอย่างที่คุณต้องการไงล่ะ”
เข่าของผมอ่อนยวบ น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและตื่นตะลึงเอ่อล้นขึ้นมา ผมเพิ่งทิ้งผู้หญิงที่อุ้มท้องลูกแท้ๆ ของผมไปอย่างเลือดเย็นที่สุด
“ตอแหล!” รินรดากรีดร้องลั่น ชี้หน้าอลิสา “แกลอกทำลายงานแต่งของฉัน! ถึงแกจะท้องลูกของพี่ภีมแล้วยังไง! ลูกของฉันก็คือทายาทตัวจริงที่ถูกต้องตามกฎหมาย และพี่ภีมก็เลือกฉัน!”
“ใช่… ภีมเลือกเธอ” อลิสาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะล้วงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือ “และนั่นคือเหตุผลที่สองที่ฉันมาที่นี่ รินรดา… เธอถามฉันใช่ไหมว่าเด็กในท้องฉันเป็นลูกใคร ฉันตอบไปแล้ว… แต่คำถามที่แท้จริงที่เธอควรถามตัวเอง และภีมก็ควรรู้ด้วยก็คือ… เด็กในท้องของเธอ เป็นลูกของใครกันแน่?”
บรรยากาศในห้องบอลรูมตึงเครียดจนถึงขีดสุด แม่ของผมที่นั่งอยู่โต๊ะวีไอพีถึงกับผุดลุกขึ้นยืน
รินรดาหน้าซีดเผือด “ก… แกพูดพล่อยๆ อะไร! ฉันมีผลตรวจจากหมอยืนยันว่าฉันท้องกับพี่ภีม! แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!”
“ผลตรวจจากโรงพยาบาลที่ ‘คุณกันต์’ น้องชายต่างแม่ของภีมเป็นผู้อำนวยการอยู่งั้นเหรอ?” อลิสาเหยียดยิ้ม เธอเดินตรงเข้ามาที่หน้าเวที แล้วชูเอกสารในมือขึ้น “พอดีว่าเมื่อวานนี้ มีอีเมลผลการเจาะน้ำคร่ำตรวจโครโมโซมของเธอถูกส่งมาที่อีเมลของฉัน… ทางโรงพยาบาลคงลืมอัปเดตข้อมูล ว่าฉันไม่ใช่ ‘ภรรยา’ ที่เป็นบุคคลอ้างอิงฉุกเฉินของภีมอีกต่อไปแล้ว”
ผมหันขวับไปมอง ‘กันต์’ น้องชายต่างแม่ที่ยืนเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้างเวที ใบหน้าของกันต์กลายเป็นสีเทาซีดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาพยายามจะก้าวเท้าหนีออกจากงาน แต่ขาของเขากลับก้าวไม่ออก
“ผลตรวจ DNA อ้างอิงจากน้ำคร่ำยืนยันชัดเจน 99.99%” อลิสาอ่านเอกสารด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผม “เด็กในท้องของรินรดา ไม่มีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับ ธีทัต ผู้เป็นพี่ชายเลยแม้แต่น้อย… แต่กลับมี DNA ตรงกับ กันต์ น้องชายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ… ว้าว รินรดา ตอนที่ภีมบินไปดูงานที่ยุโรปสองเดือนก่อน เธอคงจะเหงามากสินะ ถึงได้ไปลักลอบได้เสียกับว่าที่น้องผัวบนเตียงของสามีตัวเอง จนป่องแล้วเอามาโยนความผิดให้ภีมรับผิดชอบ!”
“ไม่จริงงงงง!!” รินรดากรีดร้องสุดเสียง แข้งขาอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นพรม เธอพยายามคลานเข้ามาเกาะขาผม “พี่ภีม! ไม่จริงนะคะ นังนั่นมันปลอมเอกสาร! มันใส่ร้ายริน!”
แต่ผมไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธออีกแล้ว สายตาของผมประสานกับกันต์ น้องชายที่ผมไว้ใจและรักที่สุด กันต์หลบตาผม ร่างกายของเขาสั่นเทา บ่งบอกถึงความจริงทุกอย่างที่อลิสาพูด แม่ของผมที่ยืนอยู่ด้านล่างถึงกับช็อกจนเป็นลมล้มพับไปท่ามกลางความโกลาหลของแขกเหรื่อ
ความจริงทั้งหมดฟาดหน้าผมอย่างจัง ผมถูกสวมเขา ผมถูกน้องชายแท้ๆ หักหลัง ผมรับผู้หญิงแพศยามาเชิดชูเป็นภรรยา และที่เลวร้ายที่สุด… ผมได้ลงมือทุบทำลายครอบครัวที่แท้จริง เหยียบย่ำผู้หญิงที่รักผมสุดหัวใจ และทิ้งสายเลือดที่ผมเฝ้ารอคอยมาตลอดเจ็ดปีไปอย่างโง่เขลาที่สุด
ผมหันกลับไปหาอลิสา น้ำตาของลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม ผมทิ้งตัวคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างหมดสภาพ ไม่สนใจสายตาของคนนับพันที่กำลังมองมา สองมือของผมพยายามจะเอื้อมไปแตะที่หน้าท้องนูนป่องของเธอ
“ลิตา… ภีมขอโทษ… ภีมมันโง่ ภีมมันเลว… ภีมขอร้อง ลิตากลับมาหาภีมนะ เรากลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะลิตา” ผมสะอื้นไห้ราวกับคนเสียสติ อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากผู้หญิงที่ผมเคยมองข้าม
แต่อลิสากลับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปฏิเสธสัมผัสของผมอย่างสิ้นเยื่อใย
“ครอบครัวของเรามันตายไปตั้งแต่วันที่คุณโยนใบหย่าใส่หน้าฉันแล้วภีม” แววตาของเธอว่างเปล่าปราศจากความโกรธแค้น ซึ่งนั่นกลับยิ่งทำให้ผมเจ็บปวดมากกว่าเดิมร้อยเท่า “ฉันมาที่นี่เพื่อคืนความยุติธรรมให้ลูกของฉัน เขาจะได้รู้ว่าพ่อของเขาไม่ใช่คนที่ทิ้งเขาไป แต่เป็นผู้ชายโง่ๆ คนหนึ่งที่ตาบอดจนแยกเพชรกับก้อนกรวดไม่ออก… ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่ในนรกที่คุณเลือกเองนะ ธีทัต”
พูดจบ อลิสาก็หันหลังเดินออกจากห้องบอลรูมไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ผมคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางแท่นพิธีวิวาห์ที่กลายเป็นลานประหารชีวิตของตัวผมเอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของรินรดา เสียงด่าทอของแขกเหรื่อ และซากปรักหักพังของโลกทั้งใบที่ผมเป็นคนลงมือทุบทำลายมันด้วยมือของผมเอง… และผมรู้ดีว่า นรกบนดินที่อลิสาทิ้งไว้ให้ผมนี้ จะอยู่กับผมไปจนตราบห้วงสุดท้ายของลมหายใจ.



